ผลกระทบจาก PM 2.5 โพลชี้ คนไทยเริ่มตระหนักปัญหาสุขภาพ พร้อมเปิดรับแนวคิดรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ร่วมแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

 

 

ผลกระทบจาก PM 2.5 โพลชี้ คนไทยเริ่มตระหนักปัญหาสุขภาพ
พร้อมเปิดรับแนวคิดรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ร่วมแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

 

 

ด้าน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ลงพื้นที่รับฟังความเห็น พร้อมจับมือนิด้าโพล
เปิดผลสำรวจจากคนไทย พร้อมเตรียมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน

 

 

 

ดัชนีคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองของโลกที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานความปลอดภัยมาโดยตลอด สะท้อนถึงปัญหาจากวิกฤติการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งยังคงมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างและระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น โดยกว่า 35% ของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เกิดจากควันจากท่อไอเสียรถที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน[1] จากรถยนต์ทั้งหมดในกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนกว่า 10.9 ล้านคัน

 

 

 

หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหา PM2.5 ที่ประสบความสำเร็จในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก คือการออกนโยบายของภาครัฐและการให้การสนันสนุนการหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (xEV) อาทิ รัฐบาลจีนที่มีการออกนโยบายทั้งระยะสั้นระยะยาว เช่น การตรวจสอบการปล่อยไอเสีย หรือการดึงดูดคนให้มาใช้ EV มากขึ้น ด้วยการลดภาษี หรือให้สิทธิพิเศษคนที่ใช้รถไฟฟ้า เป็นต้น ส่งผลให้จีนเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการขับเคลื่อนใหม่ๆ ที่สามารถช่วยลดปัญหา PM2.5 ได้สำเร็จอย่างยั่งยืน

 

 

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมมือกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ค่ายรถจากประเทศจีนที่น่าจับตามองในช่วงนี้ ได้สำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Get to Know Thai Consumers ซึ่งผลการสำรวจระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสนใจเกี่ยวกับรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้า (xEV) สูงถึง 77.68% โดยให้เหตุผลว่าเป็นการช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 28.97% มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย 26.88% และอีก 16.96% มองว่าจะช่วยประหยัดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว

 

 

 

จากผลสำรวจพบว่า ยังมีปัจจัยที่ทำให้คนไทยเปลี่ยนใจมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (xEV) แทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันคือเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 22.02% แสดงถึงความกังวลและความตระหนักถึงปัญหา PM2.5 ซึ่งมีที่มาจากควันจากท่อไอเสียรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ในขณะที่ 19.05% มองว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่เป็นมิตรมากกว่าและมาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีกว่า และอีก13.29% คิดว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีสมรรถนะที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไป นอกจากนี้ผลการสำรวจยังระบุประเด็นสำคัญอื่นๆ อาทิ 57.74% จะนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ทดแทนทุกกิจกรรมที่เคยใช้งานรถยนต์พลังงานน้ำมัน โดยรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ที่คนไทยสนใจหรือต้องการซื้อได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) 38.69% รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicle: HEV) 30.95% และรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (Plug-In Hybrid Electric Vehicle: PHEV) 30.36% โดยระยะทางในการเดินทางที่คาดหวังต่อการชาร์จ 1 ครั้ง คือ 400 – 500 กิโลเมตรขึ้นไป ซึ่งเชียงใหม่ขึ้นแท่นจังหวัดที่คนอยากขับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ไปเที่ยวมากที่สุด

 

 

 

ด้านนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย เผยว่า “แคมเปญ Get to know Thai Consumers” ช่วยตอกย้ำกลยุทธ์ consumer-centric -ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่เน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการวางแนวทางและวิธีการทำการตลาดและการให้บริการเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบความสำเร็จในหลากหลายประเทศ และตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าพูดคุย สอบถามความคิดเห็น และเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ปัญหาที่พบและสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการซื้อรถ การขับขี่ การขาย รวมไปถึงการบริการหลังการขาย ซึ่งทุกเสียง ทุกความเห็น และทุกข้อเสนอแนะที่ได้รับมานั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะนำไปใช้ในการสร้างสรรค์และออกแบบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และรูปแบบการให้บริการที่ตรงตามความต้องการ และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย”

 

 

 

สำหรับเกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) ยังคงมุ่งมั่น และตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนตามกลยุทธ์ consumer-centric ในการรับฟังทุกความเห็นของผู้บริโภคมาวางแผน พัฒนา และส่งมอบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการให้บริการอันล้ำสมัยเข้าสู่ตลาดไทย รวมไปถึงการร่วมพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (xEV) พร้อมผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้าง Ecosystem ของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการบริการ ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในอนาคต

Post a Comment

#FOLLOW US ON INSTAGRAM
WordPress Lightbox