เศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมรถยนต์

 

 

 

คุณธนนันท์ จินดากิจสกุลชัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดในวงการอุตสาหกรรม

 

หากเรามองเข้าไปในชิ้นส่วน ของรถยนต์ ประเภทสันดาปหรือICE( Internal Combustion Engine) ทั้ง ดีเซลและ แก๊สโซลีน เราจะเห็นว่า มีชิ้นส่วน มากกว่า 30,000 ชิ้น เมื่อรถยนต์เก่าไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป หรือหมดอายุขัย(End of Live Vehicle)ชิ้นส่วน มากกว่า 30,000 ชิ้น จะย้ายไปอยู่ที่ไหน เราคุ้นตา กับภาพอู่ซ่อมรถ ที่มีอะไหล่เก่าๆถูกถอดออก มากองวางอยู่เห็นภาพร้านค้าอะไหล่ขายอะไหล่เซียงกง ที่นำชิ้นส่วนรถยนต์ใช้แล้ว มาจำหน่าย แล้วของเหลวที่ติดอยู่ในซากรถยนต์ ที่เป็นสารหล่อลื่น สารทำความเย็น หายไปที่ไหน บางส่วนก็คงถูก ขายเป็นน้ำมันเก่า บางส่วนก็ถูกทิ้งไปปนเปื้อนไปในสิ่งแวดล้อม

 

ประเทศไทยถือเป็นผู้นำการผลิตด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในอาเซียน มียอดผลิตรถยนต์ ปีละประมาณ 2,000,000 คัน ขายภายในประมาณ ปีละ 1,000,000 คัน หากอายุการใช้งานของรถยนต์หนึ่งคันในเมืองไทยเฉลี่ย ยาวนานถึง 20 ปี และในระหว่างการใช้งานมีทั้งการ ซ่อมแซ่มหรือปรับปรุงใหม่ (Refurbishing, Repair, Maintenance)นำกลับมาใช้ซ้ำให้คุ้มค่าดังนั้นคาดว่าปริมาณชิ้นส่วนต่าง ๆที่ถูกใช้แล้ว คงไม่น้อยกว่า 240,000 ล้านชิ้น หากคิดอายุเฉลี่ยแต่ละชิ้นส่วนสามารถใช้งานได้ 3 ปี (30,000 x 8 x 1,000,000)

 

ประเทศไทยยังไม่มีการกำจัดซากรถยนต์หลังจากไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ( End of Live Vehicle) อย่างเป็นระบบ การรื้อถอนซากชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์จะใช้แรงงานของช่างในอู่ซ่อมเป็นส่วนใหญ่ซึ่งการรื้อถอนซากรถยนต์เหล่านี้ได้ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่นขยะพลาสติกที่อยู่ในรถยนต์ ขยะจากสารอันตราย ที่อยู่ในชิ้นส่วนรถยนต์  แบตเตอรรี่ การปนเปื้อนลงสู่ดินจากน้ำมันหล่อลื่นในระบบเครื่องยนต์และการขับเคลื่อน และสารเคมีเหลวในระบบทำความเย็นและการระบายความร้อนเช่น สารฟรีออนที่ปนเปื้อนไปสู่ ระบบทางน้ำสาธารณะ ส่งผลต่อปัญหาคุณภาพน้ำ และคุณภาพอากาศ

 

ในอดีตที่ผ่านมา ในอุตสาหกรรมรถยนต์ เราเน้นการผลิตเพื่อการบริโภค ซึ่งการบริโภค ถูกผลักดันโดยผู้ผลิตรถยนต์ เป็นระบบเศรษฐกิจ“แบบเส้นตรง (Linear Economy)” ที่เน้นการนำทรัพยากรมาผลิตและบริโภคแบบใช้แล้วทิ้งที่ก่อให้เกิดขยะจำนวนมาก (Take-Make-Dispose) มีการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้เป็นจำนวนมาก และก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม

 

 

Circular Economy เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นระบบผลิต “แบบวงกลม” ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะและของเสียจากสินค้าหลังจากการบริโภค เป็นระบบที่เอื้อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อีก (Make-Use-Return) หลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Principle of Circular Economy)ตั้งอยู่บนหลักการ 3 ประการ ดังปรากฎในแผนภูมิ ผีเสื้อ ได้แก่

 

 

 

 

หลักการที่ 1) การรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพทุนด้านทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Capital) ตั้งแต่การใช้พลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัดทางธรรมชาติ ให้เกิดความสมดุล การ เลือกใช้พลังงานทดแทน และพลังงงานทางเลือกใหม่

 

หลักการที่ 2) การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการหมุนเวียนวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบและวัสดุต่าง ๆ โดยผ่าน สองวงจรที่สำคัญ คือ และ วงจรหมุนเวียนทางชีวภาพ (Biological Cycles) และ วงจรหมุนเวียนทางเทคนิค (Technical Cycles)

 

หลักการที่ 3) การรักษาประสิทธิภาพของระบบด้วยการออกแบบเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบจากผลิตภัณฑ์ให้มากที่สุด(Negative Externalities) คือการปกป้องไม่ให้เกิดของเสีย หลุดรอดออกไปจากระบบ

 

มีรายละเอียดทางวิชาการอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับ เศรษฐกิจหมุนเวียนแต่ขอกล่าวไว้เพียงเบื้องต้นเป็นการ กล่าวนำ ให้เข้าใจหลักการเบื้องต้น เท่านั้น เพราะจะขอกล่าว เศรษฐกิจหมุนเวียน ในมุมมองของนักการตลาด ที่ต้องการให้ความรู้ต่อผู้บริโภค ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค และให้มุมมองโอกาสการเปลี่ยนแปลง ในการดำเนินธุรกิจที่จะมีส่วนร่วมกัน ในการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

 

Circular Economy เศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ เกี่ยวข้องมาก ในวงจรหมุนเวียนทางเทคนิค (Technical Cycles)ในแผนภูมิ ผีเสื้อ ซึ่งจะเริ่มต้น ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่มุ่งเน้นเพื่อลดของเสีย สินค้าจะต้องให้ใช้ได้อย่างยาวนาน (Long-Lasting) นำมาผลิตใหม่ได้(Remanufacturing)ซ่อมแซ่มหรือปรับปรุงใหม่(Refurbishing,Repair, Maintenance)นำกลับมาใช้ซ้ำให้คุ้มค่าได้ (Reuse) นำกลับไปเข้ากระบวนการแปรรูปให้เป็นวัตถุดิบ (Recycling)การแปรวัสดุต่าง ๆ ที่จะกลายเป็นขยะให้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่(Upcycling)โดยการนำมาเพิ่มมูลค่า และใส่ไอเดียใหม่ๆ ความสวยงาม ให้กับสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะ ดังนั้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่มุ่งเน้นที่จะไม่ก่อให้เกิดของเสีย (Waste) ออกนอกระบบผลิต การทำให้ผลิตภัณฑ์มีความคงทน  มีการสร้างความยืดหยุ่น (Resilience)ผ่านความหลากหลาย (Diversity) มีคุณสมบัติการแยกส่วน (Modularity)สามารถนำมาใช้ได้อีกครั้งโดยใช้พลังงานน้อยที่สุดและสามารถคงคุณภาพเดิมได้มากที่สุดตลอดจน รูปแบบเศรษฐกิจแบบแบ่งปันหรือ Sharing Economy สำหรับประเทศไทยในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ เรามองเห็นค่ายใหญ่รถญี่ปุ่น ออกมาเปิดโชว์รูมขายรถมือสอง( Used car) ของตนเอง ซึ่งเป็นรถที่บริษัทเองประกันคุณภาพ ในการเป็นของใช้แล้ว ( Reuse)คุณภาพดี

เรามองแห่งผู้นำในการผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย มีการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไปใช้ใน องค์กร ในการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ให้เป็นศูนย์บริการรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Dealer)ในการดูแลและจัดการ ของเสียจากการซ่อมแซม เช่น ยางเก่า (Tire), น้ำมันเครื่องเก่า (lubricant) และ แบตเตอรี่เก่า (Battery) จากลูกค้าที่มาเข้ารับบริการที่ Green Dealer แล้วรวบรวมส่งกลับมายังบริษัทตน เพื่อทำการรีไซเคิลและการกำจัด อย่างถูกวิธี  มีการให้นโยบายในการซ่อมแซม( Repair) ชิ้นส่วนอะไหล่ แทนการเปลี่ยนใหม่เพื่อได้ใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสีย วัตถุดิบ และพลังงานชิ้นส่วนอะไหล่6 รายการ ได้แก่ โช้คอัพหน้า-เบาะ-กุญแจ-วงล้อ-เสื้อสูบ-ปลายท่อไอเสียมีการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อรถจักรยานยนต์มือสองเกรดเอ(Used Motorcycle) ที่ได้มาตรฐานโดยบริษัทฯได้ทำการปรับสภาพรถจักรยานยนต์โดยการซ่อมบำรุง( Repair, Maintenance) ให้เป็นของใช้แล้ว ( Reuse)คุณภาพดี

 

 

และในฉบับต่อไปจะขอกล่าว ถึงการรีไซเคิลซากรถยนต์ซึ่งเป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการ จัดการซากรถยนต์อย่างเป็นระบบให้มีการกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อลดมลภาวะและของเสียไม่ให้หลุดไปทำลายสิ่งแวดล้อม เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชากรของประเทศ

 

Post a Comment

#FOLLOW US ON INSTAGRAM
WordPress Lightbox