“เอกนัฏ” เปิดงาน Krungsri-MUFG ก้าวสู่ปีที่ 80 ย้ำ คุณภาพสินค้าต้องมาก่อน ลุยปราบธุรกิจศูนย์เหรียญ ดันอุตสาหกรรมไทยสู่สากล

 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน Krungsri-MUFG Business Forum 2025 ภายใต้แนวคิด “Thriving to Sustainable Future” ในหัวข้อ “Industrial Reform: Steering Thailand’s Economy under Structural Disruptions” (ปกป้องอุตสาหกรรมไทย จากธุรกิจศูนย์เหรียญ วางรากฐานอุตสาหกรรมใหม่ สร้างแต้มต่อให้เอกชนไทย) พร้อมด้วย นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายคาเนทสุกุ มิเกะ ประธานกรรมการ MUFG นายโนริอากิ โกโตะ ประธานกรรมการ และนายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิร์ล กรุงเทพฯ

 

รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย กำลังเผชิญปัญหาเรื่องของภาษีทรัมป์ ถึงแม้ว่า เราจะได้อัตราภาษีอยู่ที่ 19% ซึ่งอยู่ในระดับกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียนก็ตาม แต่ในเรื่องของการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกนั้น ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และสิ่งที่ผมได้เน้นย้ำอยู่ตลอดเวลา คือ “Dump อาจน่ากลัวกว่า Trump หมายถึง การผลิตสินค้าที่มีราคาถูก ด้วยวิธีการลดต้นทุนการผลิต จึงนำไปสู่สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีมาตรฐาน ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และมีการลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อน สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เข้าประเทศ เช่น เหล็กคุณภาพต่ำในงานก่อสร้าง, สายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน, และอะไหล่รถยนต์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนการตั้งโกดังแฝงในเขต Free Zone เพื่อหลบเลี่ยงภาษี ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จึงปรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อย่างเข้มงวด พัฒนาระบบร้องเรียนผ่านออนไลน์ภายใต้แพลตฟอร์มแจ้งอุต และ “มอก.วอทซ์” หรือระบบตรวจสอบสินค้าออนไลน์ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจจับเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. ครอบคลุมแพลตฟอร์มของไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายให้สามารถเอาผิดกับผู้ผลิต/นำเข้าสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ

 

กระทรวงอุตสาหกรรม จึงมีนโยบายสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ อุตสาหกรรมไทย ได้แก่ 1) จัดการกับธุรกิจผิดกฎหมาย (ศูนย์เหรียญ) 2) ปกป้องสินค้าไทยที่มีคุณภาพและดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกำลังแก้ไขช่องว่างทางกฎหมาย และกระตุ้นให้คนไทยหันมาอุดหนุนสินค้าคุณภาพของไทย 3) สนับสนุนการลงทุนและ ส่งเสริมการบริโภคสินค้าไทย โดยเปลี่ยนจาก “no gift policy” สำหรับข้าราชการเป็นการสนับสนุนการซื้อของขวัญที่เป็นสินค้าไทยแทน หรือ “Thai Gift Policy 4) ส่งเสริมความสามารถของคนไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับสากล

 

สำหรับงาน Krungsri-MUFG Business Forum 2025 : Thriving to a Sustainable Future” ก้าวสู่ความสำเร็จในวาระครบรอบปีที่ 80 ด้วยวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน โดยร่วมมือกับ MUFG หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การนำเสนอแผนธุรกิจเพื่อร่วมเปลี่ยนโลกในโครงการ Krungsri ESG Awards และการมอบเกียรติบัตร Krungsri ESG Academy สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเข้าร่วมแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เป็นต้น

#FOLLOW US ON INSTAGRAM