ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ (KR-ECI) ในเดือนก.ย.2563

 

ในเดือนก.ย. 2563 ภาคครัวเรือนมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อภาวะการครองชีพโดยรวม เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือนก.ย. 2563 อยู่ที่ 38.1 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนส.ค. 2563 ที่ 36.4 โดยครัวเรือนมีมุมมองที่ดีขึ้นเกือบในทุกมิติ โดยเฉพาะระดับราคาสินค้าซึ่งสอดคล้องไปกับระดับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป โดยในเดือนก.ย.2563 อยู่ที่ -0.7% YoY หดตัวตามราคาพลังงาน นอกจากนี้ ในเดือนที่ผ่านมามีวันหยุดชดเชยเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงภาครัฐฯ ได้เพิ่มสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกันเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนออกมาท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น (เพิ่มสิทธิ์ที่พักจากเดิมคนละ 5 คืน เป็น 10 คืน และเพิ่มการสนับสนุนตั๋วเครื่องบินในการเดินทางจาก 1,000 บาทต่อคน เป็น 2,000 บาทต่อคน) KR Household Economic Condition Index (KR-ECI)

 

อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงอยู่ในระดับต่ำบ่งชี้ว่าครัวเรือนยังคงมีความระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้จ่าย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในต่างประเทศยังคงไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างชาติยังคงหดตัว 100% ติดต่อกัน 5 เดือน อีกทั้งสถานการณ์ด้านตลาดแรงงานยังคงน่ากังวล โดยล่าสุดในเดือนก.ค. 2563 จำนวนข้อมูลผู้ประกันตนที่รับประโยชน์ทดแทนกรณีการว่างงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 410,061 คน (ในปี 2562 อยู่ที่ 170,445) ภาวะการว่างงานที่ยังคงเปราะบางจะเป็นปัจจัยกดดันต่อระดับกำลังซื้อของครัวเรือนไทยในระยะต่อไป

 

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-Month Expected KR-ECI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 39.7 ในการสำรวจช่วงเดือนก.ย. 2563 เมื่อเทียบกับที่ระดับ 38.4 ในการสำรวจช่วงเดือนส.ค. 2563 โดยครัวเรือนมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อด้านราคาสินค้า ค่าใช้จ่าย และรายได้ในระยะข้างหน้า เนื่องจากในเดือนที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการแนวทางการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA) เพื่อเข้ามาพำนักระยะยาว โดยมีเงื่อนไขข้อกำหนด ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เช่น โครงการคนละครึ่งที่สนับสนุนการใช้จ่ายวันละ 100 บาทต่อคน (รวมไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน) และให้เงินช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ เพิ่มเติม (ระยะเวลา ต.ค.-ธ.ค. 2563) ในขณะที่โครงการช้อปดีมีคืนเพิ่งได้รับความเห็นชอบในวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งประกาศหลังช่วงสำรวจปลายเดือนก.ย. 2563 อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาระในการชำระหนี้ หลังมาตรการพักชำระหนี้เป็นการทั่วไปที่จะสิ้นสุดในเดือนต.ค. 2563 นี้ โดยระดับหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง ล่าสุดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 18 ปีครั้งใหม่ที่ 83.8% ต่อจีดีพี ซึ่งระดับหนี้ที่ยังสูงจะยังคงกระทบกระแสเงินสดใช้จ่ายในการดำรงชีพต่อเนื่อง

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สำรวจเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับภาระการชำระหนี้ของครัวเรือนพบว่า หลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้แล้วครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ หรือเพิ่มรายได้จนทำให้ความสามารถในการชำระหนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยครัวเรือนไทยจำนวนมากกว่า 50% ยังต้องการเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในระยะที่ 2 เพิ่มเติม (เน้นเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ลดอัตราการผ่อนขั้นต่ำ)

#FOLLOW US ON INSTAGRAM