ก้าวต่อไป…กับความยั่งยืนในอนาคตของ สมาคมส่งเสริม การรับช่วงการผลิตไทย

 

 

 

 

ในปี 2542 “ชมรมส่งเสริมผู้รับช่วงการผลิต” ได้ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มสมาชิกผู้ผลิตชิ้นส่วน ซึ่งส่วนมากเป็นบริษัทไทยผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งทํากิจกรรมผู้ซื้อพบผู้ขายร่วมกับหน่วยพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (BUILD) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยพาสมาชิกไปพบกับกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

 

 

 

กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจาก “ชมรมส่งเสริมผู้รับช่วงการผลิต” ได้ก่อให้เกิดประโยชน์และเกิดการพัฒนาไปสู่กลุ่มของอุตสาหกรรม สนับสนุนการผลิตและการบริการ ด้วยจำนวนสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้น และความเข้มแข็งของกลุ่มพันธมิตรต่างๆ ของสมาคมฯ จึงทําให้ในปัจจุบัน สมาคมฯ สามารถให้การสนับสนุนได้ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และจัดตั้งขึ้นเป็น “สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย” ในปี 2546 ปัจจุบัน “สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย” มีสมาชิกมากกว่า 500 บริษัท และสามารถแบ่งกลุ่มสมาชิกตามประเภทอุตสาหกรรมที่สมาชิกได้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ โดยสามารถสนับสนุนการผลิตถึง 16 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้จึงเป็นภารกิจอันสําคัญยิ่งที่ “สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย” จะเป็นสื่อกลางและแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการรับช่วงการผลิตไทย มีศักยภาพและความหลากหลายในสินค้าและบริการ จนกลายเป็นผู้นําการรับช่วงการผลิตของโลก

 

 

นิตยสาร “แมนูแฟคเจอริ่ง รีวิว” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ท่านปัจจุบันคือ คุณเกียรติศักดิ์ จิระขจรวงศ์

 

 

 

20 ปี กับความสำเร็จของการสนับสนุนผู้ผลิตไทย

 

 

 

คุณเกียรติศักดิ์ จิระขจรวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย เผยว่า ทางสมาคมฯ ได้ก่อตั้งมา 20 ปี โดยมีสมาชิกถึงปัจจุบัน 500 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร ยานยนต์ ชิ้นส่วนยางและพลาสติก รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งทั้งหมดนี้ ทางสมาคมฯ ได้แบ่งการส่งเสริมและสนับสนุนไว้ 5 กลุ่มคลัสเตอร์หลักๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติเพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมระบบราง

 

 

 

 

 

 

 

 

สมาคมฯ มีความมุ่งมั่นที่จะนำพาผู้ประกอบการที่อยู่ในสมาคมฯ ให้ก้าวทันเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้ก้าวทันสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้มีส่วนร่วมมือกับทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ และทาง Infoma Market ในการจัดงาน Subcon Thailand ร่วมกับงาน Intermach ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ ปี โดยในงาน Subcon Thailand ทางสมาคมฯ ได้เชิญสมาชิกมาเข้าร่วมออกบูธกว่า 100 บริษัท ซึ่งทุกๆ ปี จะมีสมาชิกเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับงานในครั้งนี้สมาชิกจะได้พบปะกับลูกค้าที่เข้ามาเดินชมภายในงาน อันจะส่งผลให้สมาชิกได้เกิดการเจรจาทางธุรกิจกับลูกค้าโดยตรง และส่งผลต่อเนื่องให้สมาชิกมีตลาดเพิ่มขึ้น รวมไปถึงมีงานทำมากขึ้นและผลกำไรที่เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีการเชิญผู้ซื้อ (Buyer) จากต่างประเทศเข้ามาพบปะและเจรจาทางการค้ากับเหล่าสมาชิก หรือที่เรียกกันว่า (Business Matching) อีกด้วย โดยวัตถุประสงค์หนึ่งที่คาดหวังคือการทำให้เกิดการเชื่อมโยงการซื้อขายต่างๆ ให้เกิดขึ้น และนอกจากกิจกรรมออกงานแสดงสินค้าทางอุตสาหกรรมแล้ว ทางสมาคมฯ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การเข้าเยี่ยมชมโรงงานระหว่างสมาชิกหรือนอกสมาชิก โดยจะมีการเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ท่านสมาชิกที่อยู่ภายในสมาคมฯ มีการเชื่อมโยงทั้งในภาคการผลิต และการซื้อขาย รวมไปถึงการจัดกิจกรรมเชิญสมาชิกออกไปทำ Business Matching กับตลาดต่างประเทศด้วย อาทิ ญี่ปุ่น และในยุโรป

 

 

 

 

 

 

 

 

“ในสภาวะเศรษฐกิจ ณ วันนี้ ประเทศที่มีการลงทุนสูงคือ จีน โดยเฉพาะในประเทศไทย ณ ตอนนี้ นักลงทุนจีนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 1 เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนกำลังก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของยานยนต์ EV และเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งทางสมาคมฯ หวังว่าจะนำพาสมาชิกที่มีอยู่เข้าไปเชื่อมโยงกับธุรกิจเหล่านี้ โดยร่วมมือกับทางบีโอไอและหน่วยงานต่างๆ ของทางภาครัฐบางส่วน เพื่อสื่อให้นักลงทุนจากจีนได้เห็นว่าประเทศไทยมีพื้นฐานโครงสร้างการผลิตที่พร้อมรองรับอยู่แล้ว และเรามีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งจะทำให้ง่ายในการธุรกิจในประเทศไทย”

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณเกียรติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทางสมาคมฯ ขอเชิญชวนท่านผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ประกอบการไทยในสมาคมฯ เพราะผลประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกมีอยู่มากมาย เช่น การร่วมออกบูธเพื่อหาตลาด การทำ Business Matching ทั้งคู่ค้าที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้น เพราะทางสมาคมฯ มีการจัดกิจกรรมอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตให้แก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทางสมาคมฯ ยังให้การช่วยเหลือสมาชิกในด้านการให้คำแนะนำปรึกษาข้อกำหนดกฎหมายต่างๆ ที่ท่านสมาชิกมีปัญหาอยู่จึงขอขอบคุณท่านสมาชิกในปัจจุบันที่ร่วมกิจจกรรมกับทางสมาคมฯ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้ยั่งยืน และขอเชิญชวนท่านผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกกับทางสมาคมฯ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการผลิตไทยให้มีมากขึ้น

#FOLLOW US ON INSTAGRAM