ส.อ.ท. ผนึก กกร. ขับเคลื่อน GMS เตรียมนำทัพเอกชนไทยสู่ฮานอย ดันเกษตร–นวัตกรรม–เครือข่ายธุรกิจรุ่นใหม่
ส.อ.ท. ร่วม กกร. เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือในกรอบ GMS เตรียมนำภาคเอกชนไทยเข้าร่วมเวทีสำคัญที่กรุงฮานอย พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านเกษตร นวัตกรรม และเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและขยายโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาค

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายเวทิต โชควัฒนา รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วยนายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. นายกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ รองประธานสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ นายธนวัฒน์ จิตบรรเทิงพันธ์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ สายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ และนายกฤษฎา ประเสริฐสุโข รองประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน สายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ ในฐานะคณะกรรมการสภาธุรกิจ GMS ประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมคณะผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) วาระปี 2567–2569 ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม PFP Healthy, Tasty (1011) ชั้น 10 ส.อ.ท. และผ่านระบบการประชุมทางไกล
ที่ประชุมฯ มีมติรับรองให้นายเวทิต ดำรงตำแหน่งประธาน GMS ประเทศไทย พร้อมเตรียมการนำคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยเข้าร่วมการประชุม GMS Business Forum 2026 และการประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Meeting) ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน–3 ธันวาคม 2569 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้พิจารณาปรับโครงสร้างผู้แทนในสาขาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งด้านเกษตร พลังงาน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) พร้อมมีมติสำคัญให้ไทยเสนอตัวเป็นผู้แทนในเครือข่าย GMS Agribusiness Network ในนาม กกร. เพื่อรักษาเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรไทย ตลอดจนผลักดันข้อเสนอแนะในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ และการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)
นอกจากนี้ ส.อ.ท. พร้อมสนับสนุนข้อเสนอการจัดตั้งเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ (GMS YEN) เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่จากเครือข่าย ส.อ.ท. (Young FTI) และหอการค้าฯ (YEC) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค พร้อมเตรียมขยายขอบเขตความร่วมมือให้ครอบคลุมกรอบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการไทยในเวทีสากล


