เดือนตุลาคม 2565 ผลิตรถยนต์ 170,717 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.83 ขาย 64,618 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.24 ส่งออก 94,228 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.51

 

 

 

 

นายสุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนตุลาคม 2565 ดังต่อไปนี้

การผลิต

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนตุลาคม 2565 มีทั้งสิ้น 170,717 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 10.83 จากการผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.75 เพราะได้รับชิ้นส่วน เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในรถยนต์นั่งบางรุ่น ทำให้ผลิตเพื่อส่งออกมีสัดส่วนถึงร้อยละ 57.13 ของยอดผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 12.31 แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ร้อยละ 4.75

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,534,754 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 12.36

รถยนต์นั่ง เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ 59,406 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 6.60

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 มีจำนวน 476,547 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 31.05ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 3.45

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนตุลาคม 2565 ผลิต 21 คัน ซึ่งไม่มีการผลิตในเดือนตุลาคม 2564 แต่ตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตได้ 35 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 20.69

รถยนต์บรรทุก เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 111,290 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 13.20 และตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 1,058,172 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 21.29

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 108,003 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 13.88 และตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 1,023,502 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 66.69 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 21.22 โดยแบ่งเป็น

 

  • รถกระบะบรรทุก 248,419 คัน           เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 23
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 648,788 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 65
  • รถกระบะ PPV 126,295 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 27

 

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ 3,287 คัน ลดลงจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 5.27 รวมเดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตได้ 34,670 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 23.55

 

ผลิตเพื่อส่งออก

เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ 97,832 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 57.31 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 9.75 ส่วนเดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 844,206 คัน เท่ากับร้อยละ 55.01 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 7.02

รถยนต์นั่ง เดือนตุลาคม 2565 ผลิตเพื่อการส่งออก 33,895 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 22.37 และตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 224,249 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 47.06 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 6.59

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนตุลาคม 2565 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 63,937 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 4.06 และตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 619,957 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 60.57 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 12.98 โดยแบ่งเป็น

 

  • รถกระบะบรรทุก 72,613 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 37
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 478,534 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 62
  • รถกระบะ PPV 68,810 คัน    เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 76

 

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ

เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ 72,885 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 42.69 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 12.31 และเดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตได้ 690,548 คัน เท่ากับร้อยละ 44.99 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 19.65

รถยนต์นั่ง เดือนตุลาคม 2565 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 25,511 คัน ลดลงจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 8.98 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตได้ 252,298 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 52.94 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 แล้ว ลดลงร้อยละ 0.46

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนตุลาคม 2565 ผลิต 21 คัน ซึ่งไม่มีการผลิตในเดือนตุลาคม 2564 แต่ตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตได้ 35 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 20.69

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนตุลาคม 2565 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 44,066 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 31.95 และตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 403,545 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 39.43 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 36.52 ซึ่งแบ่งเป็น

 

  • รถกระบะบรรทุก 175,806 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 34
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 170,254 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 90
  • รถกระบะ PPV 57,485 คัน               เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 94

รถจักรยานยนต์

เดือนตุลาคม 2565 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 216,904 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 12.52 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 171,644 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 18.50 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 45,260 คัน ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 5.57

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,168,354 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 16.55 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,646,426 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ15.59 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 521,928 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 19.69

 

ยอดขาย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนตุลาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 64,618 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 0.24 เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศจากผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติเข้าประเทศสะดวกขึ้น ทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ คนมีงานทำและมีรายได้เพิ่มขึ้นรวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเช่นคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน การส่งออกยังคงเติบโต การประกันรายได้เกษตรกร การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการออกรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ร้อยละ 12.86

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 134,019 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 17.27 แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ร้อยละ 10.83

ตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 รถยนต์มียอดขาย 698,305 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 17.09 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,496,591 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 13.68

 

การส่งออก

รถยนต์สำเร็จรูป

เดือนตุลาคม 2565 ส่งออกได้ 94,228 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 15.51 เพิ่มขึ้นจากการส่งออกรถยนต์นั่ง รถ PPV และรถกระบะ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.64 62.20 และ 10.17 ตามลำดับจากการได้รับชิ้นส่วน เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในรถยนต์นั่งและรถ PPV บางรุ่น จึงส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และตลาดแอฟริกา แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ร้อยละ 6.14 และมีมูลค่าการส่งออก 84,917.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2565 ร้อยละ 18.91

  • เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,735.70 ล้านบาท ลดลงจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 95
  • ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 16,912.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 47
  • อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,495.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 42

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนตุลาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 84,917.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 18.91

เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 800,672 คัน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 5.48 และมีมูลค่าการส่งออก 497,282.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 12.40

  • เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 36,314.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 64
  • ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 170,363.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 35
  • อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 23,508.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 15

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 727,468.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 9.60

 

รถจักรยานยนต์

เดือนตุลาคม 2565 มีจำนวนส่งออก 90,971 คัน (รวม CBU + CKD) โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 15.27 แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ร้อยละ 1.82 โดยมีมูลค่า 7,409.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 33.64

  • ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 77.13
  • อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 2.92

 

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนตุลาคม 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 7,945.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 33.86

 

เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 853,173 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 6.75 โดยมีมูลค่า 60,018.94 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 7.03

 

  • ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 2,287.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 54
  • อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 2,105.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ21

 

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 64,411.83 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 5.70

 

เดือนตุลาคม 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 92,863.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 20.06

เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 791,880.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 8.17

 

 

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนตุลาคม 2565

เดือนตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,960 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 288.89 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 1,231 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 76
    • รถยนต์นั่งจำนวน  1,216 คัน
    • รถยนต์นั่งโดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน      15 คัน
  • รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 5 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 67
  • รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 8 เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 700
  • รถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน       7 คัน
  • รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน       1 คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 552 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 37
    • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน    552 คัน
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 161 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 76
  • รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 3 คัน ซึ่งเดือนตุลาคม 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน

 

เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน      15,258 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 230.62 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 7,088 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 46
    • รถยนต์นั่งจำนวน              7,046 คัน
    • รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน       37 คัน
    • รถยนต์บริการธุรกิจ        5  คัน
  • รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 21 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 33
  • รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 172 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 03
  • รถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน    149    คัน
  • รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน      23    คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 7,534 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 89
    • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 7,531   คัน
    • รถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน       3  คัน
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 420 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 33
  • รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 23 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 2,200

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนตุลาคม 2565

เดือนตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 5,036 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 121.65 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 4,991 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 11
    • รถยนต์นั่งจำนวน           4,988 คัน
    • รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน       2 คัน
    • รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน       1 คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 44 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ71
    • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน      44  คัน
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 1 คัน ซึ่งเดือนตุลาคม 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน

 

เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน  54,847 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 78.36 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 54,445 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม2564 ร้อยละ 40
    • รถยนต์นั่งจำนวน 54,366 คัน
    • รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน      67  คัน
    • รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน        4  คัน
    • รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน        7  คัน
    • รถยนต์บริการให้เช่าจำนวน        1  คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 401 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ03
    • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน     401 คัน
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 1 คัน ซึ่งเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนตุลาคม 2565

เดือนตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 899 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 84.98 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 899 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ร้อยละ 98
    • รถยนต์นั่งจำนวน 899 คัน

 

เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน  9,691 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 65.35 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 9,691 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ร้อยละ 35
    • รถยนต์นั่งจำนวน 9,690   คัน
    • รถยนต์บริการให้เช่าจำนวน       1   คัน

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565

ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 26,527 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 162.25 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 11,175 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 39
  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 11,025 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 54
  • รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 140 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 25
  • รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 6 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 500
  • รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 4 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน
  • รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 63 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 31
  • รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 438 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 77
  • รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 58 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 100
  • รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 380 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 94
  • รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 14,170 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 51
  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 14,098 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 15
  • รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 72 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 86
  • อื่นๆ
  • รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 656 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 46
  • รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 25 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 2,400

 

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565

ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 250,743 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 30.86 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 241,764 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 06
  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 241,158 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 22
  • รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564
  • รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 493 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 85
  • รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 26 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 8.33
  • รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 79 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 6.76
  • รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 3 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564
  • รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 5 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน
  • รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564
  • รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 8,980 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 10
  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 8,980 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 10
  • อื่นๆ
  • รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564
  • รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564

 

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565

ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 40,790 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 35.38 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 40,790 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 38
  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 40,729 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 26
  • รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 39 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ88
  • รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 20 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 09
  • รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 2 คัน ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน
#FOLLOW US ON INSTAGRAM