Manufacturing News

  เครื่องรองรับระบบควบคุมแบบ “RTCP laser point space control” สำหรับงาน 5-axis เชื่อมโยงหลายโครงสร้างให้เลือกตามงานต่าง ๆ มี Expert Database เพียงแค่ใส่ความหนาและชนิดวัสดุ เครื่องจะคำนวณพารามิเตอร์การตัดให้โดยอัตโนมัติ มีระบบวินิจฉัยข้อผิดพลาดตัวเอง  ช่วยค้นหาปัญหาได้อย่างรวดเร็ว รองรับการตัดแบบ หลายมุม  หลายขอบ  รูปทรงซับซ้อน ตัดชิ้นงาน 3D, งานโค้ง, งานที่มีขอบลาด ขอบเฉียงได้กระบวนการตัดมีความแม่นยำสูง รวดเร็ว และมีพื้นที่ได้รับผลความร้อนต่ำเพราะเป็นการตัดด้วยเลเซอร์ลดความเสียหายต่อชิ้นงาน  ...

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าหารือบีโอไอ บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เร่งยกระดับผู้ประกอบการไทย โดยบีโอไอให้เงินทุนสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดฯ รายละไม่เกิน 100 ล้านบาท พร้อมเสริมสภาพคล่องด้วยวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร     นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้เข้าพบหารือกับบีโอไอ เพื่อร่วมกันผลักดัน “มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” ซึ่งเป็นมาตรการที่บีโอไอจะให้ เงินสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศฯ แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การวิจัยและพัฒนา (R&D) และการปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจในอนาคต...

  ระยอง ประเทศไทย, 3 ธันวาคม 2568 – บริษัท ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที โรงงานร่วมทุนฟอร์ดและมาสด้า ฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบ 30 ปี พร้อมตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ภายใต้นโยบาย ‘One AAT’ ที่หลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียวของพนักงานทุกคนสู่ความเป็นเลิศ   3 ทศวรรษแห่งความภาคภูมิใจและรากฐานอันแข็งแกร่ง นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่างฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เอเอทีได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นโรงงานผลิตยานยนต์แบบครบวงจรที่ทันสมัย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา เอเอทีไม่เพียงเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในการวางมาตรฐาน และยกกระดับคุณภาพในการผลิตรถยนต์ แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง   ปัจจุบันนี้ ฟอร์ด และ มาสด้า มีการลงทุนที่เอเอที อย่างต่อเนื่อง สร้างงานให้กับพนักงานกว่า 5,400 คน และยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล การจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูงถึง 67% ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้ยืนยันด้วยยอดการผลิตรถยนต์สะสมมากกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของเอเอทีในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ชั้นนำระดับโลก   ‘ฝีมือการผลิต’ หัวใจขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศระดับโลก เอเอทียึดมั่นในปรัชญา ‘ฝีมือและทักษะในการผลิต’ (craftsmanship) ที่เชื่อว่าพนักงานคือหัวใจของกระบวนการผลิตรถยนต์ พนักงานแต่ละคนไม่ใช่เพียงผู้ปฏิบัติงาน แต่คือ ‘ผู้สร้างสรรค์’ ที่ประกอบรถยนต์ทุกคันด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยทักษะความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่น ทำให้รถยนต์ทุกคันที่ออกจากสายการผลิตของเอเอทีมีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก   ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เอเอทีเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ทีมผู้บริหารหลักในทุกหน่วยงานของเอเอทีล้วนเป็นคนไทย...

  ประเทศไทยกับวิสัยทัศน์สู่ Net Zero ประเทศไทยมุ่งไปสู่ทิศทางของพลังงานคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน ผ่านยุทธศาสตร์ Energy Transition ที่ตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายใน พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายใน พ.ศ. 2608 ด้วยการขับเคลื่อนโดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเป็นสมาร์ทกริดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้เปิดตัวนโยบาย ‘Quick Big Win’ เพื่อกำหนดมาตรการสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมและการวางแผนพลังงาน โดยเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ภายใน 4 เดือนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593   ในเวลาเดียวกัน ไทยกำลังพัฒนาให้เป็น ‘Digital Hub’ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการรองรับการพัฒนาด้าน AI กระทั่งการใช้งาน และบริการดิจิทัลที่เติบโตขึ้น ขณะที่นโยบายด้าน EV...

  ทิศทางพลังงานหลักของโลกมีเป้าหมายในการเดินหน้าสู่การใช้ “พลังงานหมุนเวียน” (Renewable Energy: RE) อย่างเต็มตัว แต่คำถามที่ต้องเผชิญ คือ เมื่อความต้องการและปริมาณการใช้พลังงานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังงานหมุนเวียนจะรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าได้หรือไม่ เพราะพลังงานจากธรรมชาติอย่างแสงแดดและลมมีความไม่แน่นอน ขณะที่พลังงานทางเลือกอื่นยังมีต้นทุนสูง หรือมีความกังวลด้านความปลอดภัย หลายประเทศจึงมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า พลังงานหมุนเวียน คืออนาคต แต่โรงไฟฟ้าฐาน (Base-load Power Plant) ยังคงเป็นรากฐานของระบบไฟฟ้าที่โลกยังต้องพึ่งพา   สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน คำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงแดด ลม และพลังงานทางเลือกอื่น กำลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตามเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และ Net Zero จะสามารถทดแทน รักษาเสถียรภาพ ความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศได้หรือไม่ รวมถึงโรงไฟฟ้าฐานโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีเสถียรภาพสูงยังมีความหมายต่อระบบมากน้อยแค่ไหน เหตุการณ์ไฟฟ้าดับบางพื้นที่จากกรณีโรงไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว หลุดจากระบบเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างสะท้อนว่า ระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ต้องการทั้งความสะอาด  ความมั่นคง และความต่อเนื่องไปพร้อมๆ กัน     ด้วยเหตุนี้ การรักษาสมดุลของเสถียรภาพพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน จึงต้องดำเนินการควบคู่กันอย่างเหมาะสม โดยโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิตรวม 1,434 เมกะวัตต์ สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องมากกว่า 90% ต่อปี เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของ "โรงไฟฟ้าฐานหลักที่ทันสมัย" และเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าฐานขนาดใหญ่ที่มีความเสถียรสูงของไทย มีการใช้เทคโนโลยี HELE (High Efficiency,...

BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากบีวายดี ทั้งในด้านความปลอดภัย ความทนทาน และ ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด BYD T25 e-Mixer ขับเคลื่อนแบบ 6×4 มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 188 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และโม่ปูนขนาด 6 ลูกบาศก์เมตร (m³) ใช้แพลตฟอร์มแชสซีส์มาตรฐาน รองรับน้ำหนักบรรทุก 25 ตัน   บริษัท เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการพาณิชย์ บีวายดี อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ยกระดับมาตรฐานวงการรถขนปูนในประเทศไทย ผ่านการเสนอทางเลือกใหม่ BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจาก...

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และ บีไอจี ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) “โครงการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานในนิคมอุตสาหกรรม” ผนึกกำลังส่งเสริมและพัฒนาอนาคตอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พิธีลงนามจัดขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ โดยมีนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และนายรามานี เวลู กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เป็นผู้ลงนาม     นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ใช้เทคโนโลยีลดคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ สอดรับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม และถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันสู่เป้าหมายการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการประกอบอุตสาหกรรม มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero...

กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  เตรียมจัดงาน แสดงสินค้า บริการและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสียแห่งเอเชีย 2026 (Asia Environmental and Waste Management 2026 - Asia EnwastExpo 2026) ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Empowering Asia’s Green Future” หรือ “ขับเคลื่อนเอเชีย สู่เศรษฐกิจสีเขียว”  ซึ่งงานในครั้งนี้ จัดโดยกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก   นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสนใจและมุ่งหน้าสู่เทรนด์ของอุตสาหกรรมสีเขียวและความยั่งยืน เช่นเดียวกับ กนอ. ที่จะเดินหน้าสู่การเป็น ผู้นำการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมครบวงจรระดับภูมิภาคด้วยนวัตกรรม...

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMR ผู้นำด้านวิศวกรรมระบบและโซลูชันอัจฉริยะครบวงจร นำโดย นายพฤทธิพงษ์ ธาราพิมาณ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจ พร้อมด้วย นางสาวพัชรี ดามพ์ประเสริฐกุล ผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจ (ที่ 2 จากซ้าย) นำทีมงานร่วมงาน Industrial IoT Expo 2025 ครั้งที่ 7 ณ โรงแรม S31 สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับโรงงานฝ่าวิกฤต สู่อุตสาหกรรม 5.0” พร้อมจับตาทิศทางและอัปเดต IoT Solution สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ความรู้ คำแนะนำ เพื่อยกระดับทักษะ...

มาห์เลขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ด้วยโซลูชันการจัดการความร้อน มาห์เลได้รับคำสั่งผลิตโมดูลระบายความร้อนล็อตแรก มาห์เลประสบความสำเร็จในการส่งผ่านความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในภาคยานยนต์ไปสู่การใช้งานนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ มาห์เลเตรียมเริ่มการผลิตในปี 2569   มาห์เล (MAHLE) กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบติดตั้งอยู่กับที่ (Stationary Battery Storage System) หลังได้รับคำสั่งผลิตโมดูลระบายความร้อนล็อตแรกจากผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการพาณิชย์และระบบขับเคลื่อนในระดับนานาชาติรายหนึ่ง ซึ่งผลิตระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ของตนเอง และไว้วางใจในความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของมาห์เล ทั้งนี้ ระบบกักเก็บพลังงานเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานหลายรูปแบบ เช่น ในตู้คอนเทนเนอร์สำหรับจ่ายพลังงานและสร้างเสถียรภาพให้กับโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) และใช้ในการกักเก็บพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน ระบบกักเก็บพลังงานมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยมาห์เลได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมจากการพัฒนาและผลิตโมดูลระบายความร้อนสำหรับรถบัสไฟฟ้ามาต่อยอด และเตรียมเริ่มเดินสายการผลิตโมดูลระบายความร้อนที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ในปี 2569     “เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับโมดูลระบายความร้อนที่สั่งสมมาจากภาคการขนส่ง ไปปรับใช้อย่างง่ายดายกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ที่ติดตั้งในตู้คอนเทนเนอร์” คุณคริสเตียน คูชลิน (Christian Kuechlin) รองประธานฝ่ายธุรกิจระบบจัดการความร้อนภาคอุตสาหกรรมของมาห์เล กล่าว “เนื่องจากพื้นที่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งแบตเตอรี่แบบตั้งซ้อนกัน (Battery Stack) มาห์เลจึงได้พัฒนาโซลูชันระบายความร้อนที่มีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ และมีประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า”   ในอดีต ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่แบบติดตั้งอยู่กับที่ใช้วิธีระบายความร้อนแบบง่าย ๆ ด้วยระบบปรับอากาศ หรือก็คือ ระบายความร้อนด้วยอากาศนั่นเอง แต่เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง จึงทำให้ความหนาแน่นของพลังงานภายในระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มขึ้น และส่งผลให้เกิดความร้อนทิ้ง...

#FOLLOW US ON INSTAGRAM