Manufacturing News

  This machine supports “RTCP laser point space control” for 5-axis application with multiple interconnected structures being available for various applications. It is equipped with an Expert Database which when the thickness and type of the material are input, the machine will automatically calculate the cutting...

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าหารือบีโอไอ บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เร่งยกระดับผู้ประกอบการไทย โดยบีโอไอให้เงินทุนสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดฯ รายละไม่เกิน 100 ล้านบาท พร้อมเสริมสภาพคล่องด้วยวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร     นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้เข้าพบหารือกับบีโอไอ เพื่อร่วมกันผลักดัน “มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” ซึ่งเป็นมาตรการที่บีโอไอจะให้ เงินสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศฯ แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การวิจัยและพัฒนา (R&D) และการปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจในอนาคต...

  ระยอง ประเทศไทย, 3 ธันวาคม 2568 – บริษัท ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที โรงงานร่วมทุนฟอร์ดและมาสด้า ฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบ 30 ปี พร้อมตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ภายใต้นโยบาย ‘One AAT’ ที่หลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียวของพนักงานทุกคนสู่ความเป็นเลิศ   3 ทศวรรษแห่งความภาคภูมิใจและรากฐานอันแข็งแกร่ง นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่างฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เอเอทีได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นโรงงานผลิตยานยนต์แบบครบวงจรที่ทันสมัย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา เอเอทีไม่เพียงเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในการวางมาตรฐาน และยกกระดับคุณภาพในการผลิตรถยนต์ แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง   ปัจจุบันนี้ ฟอร์ด และ มาสด้า มีการลงทุนที่เอเอที อย่างต่อเนื่อง สร้างงานให้กับพนักงานกว่า 5,400 คน และยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล การจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูงถึง 67% ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้ยืนยันด้วยยอดการผลิตรถยนต์สะสมมากกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของเอเอทีในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ชั้นนำระดับโลก   ‘ฝีมือการผลิต’ หัวใจขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศระดับโลก เอเอทียึดมั่นในปรัชญา ‘ฝีมือและทักษะในการผลิต’ (craftsmanship) ที่เชื่อว่าพนักงานคือหัวใจของกระบวนการผลิตรถยนต์ พนักงานแต่ละคนไม่ใช่เพียงผู้ปฏิบัติงาน แต่คือ ‘ผู้สร้างสรรค์’ ที่ประกอบรถยนต์ทุกคันด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยทักษะความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่น ทำให้รถยนต์ทุกคันที่ออกจากสายการผลิตของเอเอทีมีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก   ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เอเอทีเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ทีมผู้บริหารหลักในทุกหน่วยงานของเอเอทีล้วนเป็นคนไทย...

  ประเทศไทยกับวิสัยทัศน์สู่ Net Zero ประเทศไทยมุ่งไปสู่ทิศทางของพลังงานคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน ผ่านยุทธศาสตร์ Energy Transition ที่ตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายใน พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายใน พ.ศ. 2608 ด้วยการขับเคลื่อนโดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเป็นสมาร์ทกริดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้เปิดตัวนโยบาย ‘Quick Big Win’ เพื่อกำหนดมาตรการสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมและการวางแผนพลังงาน โดยเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ภายใน 4 เดือนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593   ในเวลาเดียวกัน ไทยกำลังพัฒนาให้เป็น ‘Digital Hub’ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการรองรับการพัฒนาด้าน AI กระทั่งการใช้งาน และบริการดิจิทัลที่เติบโตขึ้น ขณะที่นโยบายด้าน EV...

  ทิศทางพลังงานหลักของโลกมีเป้าหมายในการเดินหน้าสู่การใช้ “พลังงานหมุนเวียน” (Renewable Energy: RE) อย่างเต็มตัว แต่คำถามที่ต้องเผชิญ คือ เมื่อความต้องการและปริมาณการใช้พลังงานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังงานหมุนเวียนจะรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าได้หรือไม่ เพราะพลังงานจากธรรมชาติอย่างแสงแดดและลมมีความไม่แน่นอน ขณะที่พลังงานทางเลือกอื่นยังมีต้นทุนสูง หรือมีความกังวลด้านความปลอดภัย หลายประเทศจึงมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า พลังงานหมุนเวียน คืออนาคต แต่โรงไฟฟ้าฐาน (Base-load Power Plant) ยังคงเป็นรากฐานของระบบไฟฟ้าที่โลกยังต้องพึ่งพา   สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน คำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงแดด ลม และพลังงานทางเลือกอื่น กำลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตามเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และ Net Zero จะสามารถทดแทน รักษาเสถียรภาพ ความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศได้หรือไม่ รวมถึงโรงไฟฟ้าฐานโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีเสถียรภาพสูงยังมีความหมายต่อระบบมากน้อยแค่ไหน เหตุการณ์ไฟฟ้าดับบางพื้นที่จากกรณีโรงไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว หลุดจากระบบเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างสะท้อนว่า ระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ต้องการทั้งความสะอาด  ความมั่นคง และความต่อเนื่องไปพร้อมๆ กัน     ด้วยเหตุนี้ การรักษาสมดุลของเสถียรภาพพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน จึงต้องดำเนินการควบคู่กันอย่างเหมาะสม โดยโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิตรวม 1,434 เมกะวัตต์ สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องมากกว่า 90% ต่อปี เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของ "โรงไฟฟ้าฐานหลักที่ทันสมัย" และเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าฐานขนาดใหญ่ที่มีความเสถียรสูงของไทย มีการใช้เทคโนโลยี HELE (High Efficiency,...

BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากบีวายดี ทั้งในด้านความปลอดภัย ความทนทาน และ ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด BYD T25 e-Mixer ขับเคลื่อนแบบ 6×4 มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 188 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และโม่ปูนขนาด 6 ลูกบาศก์เมตร (m³) ใช้แพลตฟอร์มแชสซีส์มาตรฐาน รองรับน้ำหนักบรรทุก 25 ตัน         บริษัท เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการพาณิชย์ บีวายดี อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ยกระดับมาตรฐานวงการรถขนปูนในประเทศไทย ผ่านการเสนอทางเลือกใหม่ BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจาก...

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และ บีไอจี ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) “โครงการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานในนิคมอุตสาหกรรม” ผนึกกำลังส่งเสริมและพัฒนาอนาคตอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พิธีลงนามจัดขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ โดยมีนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และนายรามานี เวลู กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เป็นผู้ลงนาม     นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ใช้เทคโนโลยีลดคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ สอดรับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม และถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันสู่เป้าหมายการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการประกอบอุตสาหกรรม มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero...

กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  เตรียมจัดงาน แสดงสินค้า บริการและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสียแห่งเอเชีย 2026 (Asia Environmental and Waste Management 2026 - Asia EnwastExpo 2026) ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Empowering Asia’s Green Future” หรือ “ขับเคลื่อนเอเชีย สู่เศรษฐกิจสีเขียว”  ซึ่งงานในครั้งนี้ จัดโดยกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก   นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสนใจและมุ่งหน้าสู่เทรนด์ของอุตสาหกรรมสีเขียวและความยั่งยืน เช่นเดียวกับ กนอ. ที่จะเดินหน้าสู่การเป็น ผู้นำการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมครบวงจรระดับภูมิภาคด้วยนวัตกรรม...

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMR ผู้นำด้านวิศวกรรมระบบและโซลูชั่นส์อัจฉริยะครบวงจร นำโดย นายพฤทธิพงษ์ ธาราพิมาณ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจ พร้อมด้วย นางสาวพัชรี ดามพ์ประเสริฐกุล ผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจ (ที่ 2 จากซ้าย) นำทีมงานร่วมงาน Industrial IoT Expo 2025 ครั้งที่ 7 ณ โรงแรม S31 สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับโรงงานฝ่าวิกฤต สู่อุตสาหกรรม 5.0” พร้อมจับตาทิศทางและอัปเดต IoT Solution สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ความรู้ คำแนะนำ เพื่อยกระดับทักษะ...

มาห์เลขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ด้วยโซลูชันการจัดการความร้อน มาห์เลได้รับคำสั่งผลิตโมดูลระบายความร้อนล็อตแรก มาห์เลประสบความสำเร็จในการส่งผ่านความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในภาคยานยนต์ไปสู่การใช้งานนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ มาห์เลเตรียมเริ่มการผลิตในปี 2569   มาห์เล (MAHLE) กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบติดตั้งอยู่กับที่ (Stationary Battery Storage System) หลังได้รับคำสั่งผลิตโมดูลระบายความร้อนล็อตแรกจากผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการพาณิชย์และระบบขับเคลื่อนในระดับนานาชาติรายหนึ่ง ซึ่งผลิตระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ของตนเอง และไว้วางใจในความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของมาห์เล ทั้งนี้ ระบบกักเก็บพลังงานเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานหลายรูปแบบ เช่น ในตู้คอนเทนเนอร์สำหรับจ่ายพลังงานและสร้างเสถียรภาพให้กับโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) และใช้ในการกักเก็บพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน ระบบกักเก็บพลังงานมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยมาห์เลได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมจากการพัฒนาและผลิตโมดูลระบายความร้อนสำหรับรถบัสไฟฟ้ามาต่อยอด และเตรียมเริ่มเดินสายการผลิตโมดูลระบายความร้อนที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ในปี 2569     “เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับโมดูลระบายความร้อนที่สั่งสมมาจากภาคการขนส่ง ไปปรับใช้อย่างง่ายดายกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ที่ติดตั้งในตู้คอนเทนเนอร์” คุณคริสเตียน คูชลิน (Christian Kuechlin) รองประธานฝ่ายธุรกิจระบบจัดการความร้อนภาคอุตสาหกรรมของมาห์เล กล่าว “เนื่องจากพื้นที่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งแบตเตอรี่แบบตั้งซ้อนกัน (Battery Stack) มาห์เลจึงได้พัฒนาโซลูชันระบายความร้อนที่มีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ และมีประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า”   ในอดีต ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่แบบติดตั้งอยู่กับที่ใช้วิธีระบายความร้อนแบบง่าย ๆ ด้วยระบบปรับอากาศ หรือก็คือ ระบายความร้อนด้วยอากาศนั่นเอง แต่เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง จึงทำให้ความหนาแน่นของพลังงานภายในระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มขึ้น และส่งผลให้เกิดความร้อนทิ้ง...

#FOLLOW US ON INSTAGRAM