ข่าวธุรกิจ

  กสิกรไทย หนุน SC Asset วงเงินกว่า 2,500 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนาคลังสินค้า  เพื่อรองรับการเติบโตของทั้งภาคโลจิสติกส์ ภาคการผลิต ตลอดจนอุตสาหกรรมใหม่ๆ ด้วยพื้นที่รวมกว่า 180,000 ตร.ม. โดย SC ตั้งเป้าสัดส่วนกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำมากกว่า 20% ของกำไรทั้งหมดของบริษัทภายในปี 2572   นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยมุ่งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ การค้าข้ามพรมแดน ตลอดจนการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการระบบจัดเก็บและกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูง ทันต่อความต้องการของลูกค้า   ล่าสุด ธนาคารให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ กลุ่มบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย วงเงินกว่า 2,500 ล้านบาท เพื่อผลักดันการพัฒนาคลังสินค้าบนขนาดพื้นที่รวมกว่า 180,000...

[caption id="attachment_16425" align="aligncenter" width="600"] EMO 2025, Siemens Data license agreement at Siemens, Germany, Hall 6, F30, persons from left to right: Prof. Christian Brecher, Chair of Machine Tools RWTH/WZL, Dieter Lindemayer, VP Division Innovation & Technology Voith, William Lee, CEO Renishaw, Achim Beltz, CEO Business...

การรับรองนี้ทำให้บริษัทเป็นผู้ผลิต WAAM รายเดียว ในยุโรปที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน DNV ซึ่งเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคส่วนนอกชายฝั่ง ทางทะเล และใต้น้ำ   DEEP Manufacturing Ltd. ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตแบบเติมแต่งขนาดใหญ่ ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต (AoM) อย่างเต็มรูปแบบจาก DNV ซึ่งเป็นสมาคมจำแนกประเภท ทำให้ DEEP Manufacturing เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายทั่วโลก และรายเดียวในยุโรป ที่ตรงตามมาตรฐานของ DNV สำหรับ Wire Arc Additive Manufacturing (WAAM) อย่างครบถ้วน     ความสำเร็จครั้งนี้ต่อยอดจากการรับรองมาตรฐานหลักการ (AiP) ของ DEEP Manufacturing จาก DNV Maritime ก่อนหน้านี้ และถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ WAAM เป็นกระบวนการที่ปลอดภัยเชื่อถือได้ และมีความเหมาะสมในเชิงพาณิชย์สำหรับการใช้งานที่สำคัญยิ่งยวด การรับรองนี้ครอบคลุมถึงการใช้...

วันนี้ Siemens Digital Industries Software ประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์ Simcenter™ Testlab™ รุ่นล่าสุด ซึ่งรวมถึงเวิร์กโฟลว์ใหม่ที่ใช้ AI ช่วยเร่งกระบวนการวิเคราะห์แบบโมดอลให้เร็วขึ้นสูงสุด 7 เท่า พร้อมลดจำนวนบุคลากรที่จำเป็นในการทดสอบแรงกระแทกทางกายภาพ การอัพเดทนี้ยังนำการบันทึกและประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติมาช่วย ปรับปรุงคุณภาพและความสอดคล้องของข้อมูลในทุกขั้นตอนการทดสอบ ช่วยให้วิศวกรสามารถทดสอบได้รวดเร็วขึ้น ชาญฉลาดขึ้น และรวดเร็วกว่าที่เคย     “ซีเมนส์มุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการและเวิร์กโฟลว์ ลดภาระงานที่ต้องทำด้วยมือ และเร่งระยะเวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาดตลอดวงจรชีวิตทางวิศวกรรม การปรับปรุงล่าสุดใน Simcenter Testlab แสดงให้เห็นถึงแนวทางของเราในการผสานรวม AI เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีที่ทีมงานดำเนินการ จัดการ และตีความการทดสอบทางกายภาพ” คุณ Jean-Claude Ercolanelli รองประธานอาวุโส ฝ่ายโซลูชั่นส์การจำลองและการทดสอบ บริษัท ซีเมนส์ ดิจิทัล อินดัสทรีส์ ซอฟต์แวร์ กล่าว “เรากำลังนำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแนวปฏิบัติทางวิศวกรรม ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาไปจนถึงขั้นตอนสำคัญของการทดสอบทางกายภาพ”   สิ่งสำคัญที่สุดของการปฏิวัติการทดสอบอัตโนมัตินี้คือความสามารถในการทดสอบแบบโมดอลที่ล้ำสมัยซึ่งช่วยเร่งกระบวนการวิเคราะห์แบบโมดอลได้มากถึง...

เครื่องขึ้นรูปด้วยความร้อนขนาดกะทัดรัดที่สุดในตลาด ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีการกำหนดค่าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ได้รับสิทธิบัตร         CANNON เปิดตัวเครื่องขึ้นรูปด้วยความร้อน e-Forming รุ่นใหม่ที่ได้รับสิทธิบัตร ในงาน K 2025 CANNON e-Forming ออกแบบมาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการลดการใช้พลังงาน ด้วยการนำเสนอแนวคิดใหม่ ในด้านรูปทรงของเครื่องจักรที่ปรับแต่งให้เหมาะสมที่สุด การจัดการพลังงานอัจฉริยะ และการตั้งค่าพารามิเตอร์อัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI เครื่องนี้ มีขนาดเล็กที่สุดในตลาด โดยอิงตาม “Triplo” ที่ได้รับสิทธิบัตรของ CANNON ซึ่งเป็นระบบเปลี่ยนเครื่องมือแบบปรับได้ที่กะทัดรัดและกว้างที่สุด ซึ่งรับประกันมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัยและความเข้ากันได้   “ความยั่งยืนคือสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรมของเรา และประสิทธิภาพการใช้พลังงานยังคงเป็นรากฐานสำคัญของนวัตกรรมของเรา” คุณ Giuseppe Dall’Ora ผู้จัดการฝ่ายขาย Thermoforming ของ CANNON กล่าว “เครื่อง e-Forming รุ่นใหม่ของเราตอกย้ำมรดกแห่งประสิทธิภาพอันแข็งแกร่งของ CANNON พร้อมนำเสนอระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ การทำงานที่ใช้งานง่าย และความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของการผลิตแบบล็อตเล็ก”   เครื่อง...

      ตลาดยานยนต์สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีอิทธิพลมากที่สุดในเศรษฐกิจโลก มีบทบาทในการกำหนดวิถีชีวิตของผู้บริโภค ห่วงโซ่ อุปทานอุตสาหกรรม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้วยประวัติศาสตร์ อันยาวนานด้านนวัตกรรมยานยนต์ สหรัฐฯ จึงเป็นศูนย์กลางสำคัญของทั้งรถยนต์ตลาดมวลชนและรถยนต์สมรรถนะสูง ปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้มากขึ้น อ่านต่อเพื่อสำรวจปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดที่มีพลวัตนี้   ประเภทรถยนต์ในตลาดยานยนต์สหรัฐฯ   ภูมิทัศน์ยานยนต์ของสหรัฐฯ มีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ด้านล่างนี้คือประเภทรถยนต์หลักที่มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรม:   รถยนต์นั่งส่วนบุคคล   รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐฯ รถยนต์ซีดาน แฮทช์แบ็ก และรถยนต์คอมแพ็ค ได้รับความนิยมเนื่องจากราคาที่เข้าถึงได้และประหยัดน้ำมัน รถยนต์เหล่านี้ยังมอบความสะดวกสบายในเมือง รถยนต์นั่งส่วนบุคคลตอบโจทย์ผู้บริโภคที่คำนึงถึงงบประมาณ นอกจากนี้ยังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคในเขตเมืองที่มองหารถยนต์ขนาดเล็กและจอดรถง่าย   รถบรรทุกขนาดเล็กและรถ SUV   รถบรรทุกขนาดเล็กและรถ SUV มียอดขายรถยนต์ใหม่ส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา จุดเด่นของรถยนต์เหล่านี้อยู่ที่ความอเนกประสงค์และการตกแต่งภายในที่กว้างขวาง นอกจากนี้ยังสามารถปรับให้เหมาะกับการใช้งานทั้งในครอบครัวและการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถ SUV ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและตัวเลือกการขับขี่ที่เหนือชั้น รถกระบะยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การก่อสร้างและการเกษตร   รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด   การนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้อย่างรวดเร็วทำให้รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุด แรงจูงใจจากรัฐบาลการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ และความตระหนักที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม กำลังผลักดันยอดขาย ผู้ผลิตรถยนต์กำลังลงทุนอย่างมากในการพัฒนาแบตเตอรี่แบบระยะวิ่งไกลและรุ่นที่มีราคาที่สามารถแข่งขันได้ รถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมและวิถีชีวิตสมัยใหม่ด้วย   ตัวชี้วัดตลาด   การวิเคราะห์ล่าสุดโดย Polaris Market Research...

SmartScope M130 นำเสนอการปรับปรุงครั้งใหม่ในด้านความแม่นยำของภาพ ออปติก และปริมาณงาน สำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่และหนัก   Optical Gaging Products (OGP®) ผู้ผลิตระบบมาตรวิทยาแบบมัลติเซ็นเซอร์เชิงแสงและความแม่นยำชั้นนำระดับโลกสำหรับการควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรม มีความภูมิใจที่จะประกาศเปิดตัว SmartScope M130 รุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดจากระบบมาตรวิทยาแบบมัลติเซ็นเซอร์ 3 มิติ SmartScope®   SmartScope M130 นำเสนอการปรับปรุงครั้งใหม่ในด้านความแม่นยำของภาพ ออปติก และปริมาณงาน ในแพลตฟอร์มการวัดวิดีโอแบบมัลติเซ็นเซอร์ 3 มิติ ขนาดใหญ่รูปแบบใหม่   หัวใจสำคัญของ SmartScope M130 คือระบบออปติคอล IntelliCentric-M ที่ได้รับสิทธิบัตร* ซึ่งประกอบด้วยออปติคอลแบบคงที่พร้อมกล้องความละเอียด 20 ล้านพิกเซลและเทคโนโลยี VIRTUAL ZOOM™ ที่เป็นกรรมสิทธิ์ ระบบออปติคอล IntelliCentric-M ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรนี้สร้างขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นที่สำนักงานใหญ่ OGP ในเมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก ใช้เทคโนโลยีเฉพาะที่หลากหลาย ช่วยให้สามารถเปลี่ยนกำลังขยายได้ทันทีตลอดช่วงการซูมเดียวกันกับระบบซูมแบบกลไกทั่วไป ส่งผลให้ระยะเวลาการทำงานเร็วขึ้นและใช้เวลาหยุดทำงานเพื่อการบำรุงรักษาน้อยลงมาก   SmartScope...

    บีโอไอยืนยันยังคงให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากร ทั้งการยกเว้นและลดหย่อนเหมือนเดิม พร้อมเสนอเพิ่มสิทธิประโยชน์ส่งเสริมลงทุนรูปแบบใหม่ "เครดิตภาษี" เพิ่มทางเลือกให้นักลงทุน และบรรเทาผลกระทบกติกาภาษีใหม่ของ OECD       นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า จากที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า กระทรวงการคลังและบีโอไอจะยกเลิกการให้สิทธิประโยชน์ภาษี เพื่อให้สอดคล้องกับกติกาภาษีขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่กำหนดให้ต้องจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 นั้น บีโอไอขอชี้แจงว่า จะไม่มีการยกเลิกการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรตามที่เป็นข่าว โดยยืนยันให้สิทธิประโยชน์ทั้งการยกเว้นและลดหย่อนภาษีอากรสำหรับนักลงทุนทั้งรายเดิมและรายใหม่เหมือนในปัจจุบัน นอกจากนี้ บีโอไอและกระทรวงการคลังได้มีการเตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับกติกาภาษีขั้นต่ำ โดยจะเพิ่มเครื่องมือสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “เครดิตภาษี (Qualified Refundable Tax Credit: QRTC)” เพื่อเป็นทางเลือกและบรรเทาผลกระทบให้กับนักลงทุนในกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำของ OECD   “สำหรับสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ "เครดิตภาษี" จะเป็นเครื่องมือใหม่เพื่อดึงดูดการลงทุน เพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์เดิมที่บีโอไอมีอยู่ โดยไม่ได้เป็นการยกเลิกสิทธิประโยชน์เดิมแต่อย่างใด แต่เป็นการสร้างทางเลือกใหม่ที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับนักลงทุนบางกลุ่มที่ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ตามหลักเกณฑ์ที่ OECD กำหนด ทั้งนี้ สำหรับนักลงทุนที่ไม่เข้าข่ายตามกติกาภาษีขั้นต่ำ ยังสามารถขอรับสิทธิประโยชน์จากบีโอไอได้เหมือนเดิม” นายนฤตม์ กล่าว   OECD ได้กำหนดเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำ (Global Minimum Tax) กำหนดให้บริษัทข้ามชาติที่มีรายได้ของ ทั้งเครือตั้งแต่ 750 ล้านยูโรต่อปีขึ้นไป (ประมาณ 30,000 ล้านบาท)...

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และ บีไอจี ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) “โครงการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานในนิคมอุตสาหกรรม” ผนึกกำลังส่งเสริมและพัฒนาอนาคตอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พิธีลงนามจัดขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ โดยมีนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และนายรามานี เวลู กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เป็นผู้ลงนาม     นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ใช้เทคโนโลยีลดคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ สอดรับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม และถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันสู่เป้าหมายการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการประกอบอุตสาหกรรม มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero...

    เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 Thailand SynBio Consortium รวมพลังเดินหน้าสู่ก้าวใหม่ของเศรษฐกิจชีวภาพ ในงาน “SynBio Forum 2025” เวทีสำคัญที่แสดงถึงความร่วมมือจากทั้งภาคนโยบาย สถาบันวิจัย เอกชน และเยาวชน เพื่อผลักดันชีววิทยาสังเคราะห์ให้เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ พร้อมทั้งเปิดตัว “Thailand SynBio Challenge” การประกวดเชิงสร้างสรรค์เพื่อเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเปลี่ยนวิทยาศาสตร์เป็นนวัตกรรมระดับโลก   งาน SynBio Forum 2025 จัดขึ้นควบคู่กับ “Engineering Biology Symposium” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สหราชอาณาจักรและภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการประยุกต์ใช้วิศวกรรมชีวภาพในการแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความยั่งยืนของโลก สะท้อนแนวคิดของงาน “Greater Impact through Collaboration” ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์อันทรงพลังจากการร่วมมือกันของนานาชาติ   ภายในงานได้รับเกียรติจากนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม...

#FOLLOW US ON INSTAGRAM