ข่าวธุรกิจ

ARC Informatique ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม PcVue ประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่า บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 62443-4-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัยในระบบอัตโนมัติและการควบคุมทางอุตสาหกรรม จากการปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์กรสู่ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์   ARC Informatique ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 27001 แล้ว และขณะนี้ได้ยกระดับรูปแบบการกำกับดูแลโดยการเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยตรงในวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์   ในขณะที่ ISO 27001 รับประกันการปกป้องข้อมูลและกระบวนการขององค์กร IEC 62443-4-1 ได้กล่าวถึงข้อกำหนดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญโดยเฉพาะ   การรับรองนี้ถือเป็นการพัฒนาเชิงกลยุทธ์: การฝังความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่เพียงแต่ในระดับองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแก่นแท้ของการออกแบบแพลตฟอร์ม PcVue ด้วย   เพิ่มมูลค่าให้กับระบบนิเวศของเรา   สำหรับผู้ใช้และพันธมิตรของ PcVue การรับรองมาตรฐาน IEC 62443-4-1 ช่วยสร้างความมั่นใจในการดำเนินงานโดยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์   ช่วยเร่งกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและการใช้งานระบบ พร้อมทั้งรับประกันการป้องกันอย่างต่อเนื่องผ่านการจัดการช่องโหว่ที่มีโครงสร้างและการอัปเดตความปลอดภัยอย่างทันท่วงที   ผลลัพธ์ที่ได้คือแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นไม่เพียงแต่เพื่อประสิทธิภาพ แต่ยังคงปลอดภัย น่าเชื่อถือ และมีความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์   “การได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 62443-4-1 เป็นก้าวสำคัญในแผนงานกลยุทธ์การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PcVue” คุณ...

  บริษัท อาร์ยู เทคโนโลยี จำกัด เป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าและจัดจำหน่ายสินค้า อาทิ เครื่องจักรกล CNC เครื่อง Wire Cut เครื่องเจียระไน เครื่องกัด เครื่องกลึง เครื่องเลื่อยสายพาน และอุปกรณ์งานอื่นๆ อีกมากมาย ภายใต้แบรนด์คุณภาพ SEIBU, GEDEE WEILER, SINO, RUNMASTER, JYOTI, RONG FU ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้วนมีประสิทธิภาพ ความเที่ยงตรงสูง   บริษัทยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวาล์วและหัวขับวาล์วไฟฟ้า และเป็นตัวแทนจำหน่ายหัวขับวาล์วไฟฟ้าหลากหลายรุ่นภายใต้แบรนด์ SEIBU จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงมากว่า 80 ปี โดยครอบคลุมการขายทั่วทั้งภาคพื้นเอเชียอาคเนย์พร้อมให้บริการตรวจเช็ค – ซ่อมบำรุงเครื่องจักร วาล์ว และหัวขับวาล์วทุกชนิด โดยทีมงานช่างที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ ซึ่งทางบริษัทจะดำเนินการพัฒนาการให้บริการอย่างมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นไปในอนาคต   ด้าน คุณเนติ มาเจริญ Sales...

[pdf-embedder url="https://manufacturing-review.com/wp-content/uploads/2026/05/MFG_144_E_Book.pdf"]...

  บริษัท ดีส์ ไฮดรอลิก อินดัสเทรียล จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2519 และเป็นผู้ผลิตเครื่องปั๊มระบบไฮดรอลิกชั้นนำในไต้หวัน โดยมีกระบวนการทำงานที่ปลอดภัย และใช้งานง่ายสำหรับงานโลหะแผ่น   เราส่งออกสินค้าไปยังกว่า 70 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ อเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอีกมากมาย DEES ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 และ CE นำเสนออินเทอร์เฟซที่ปลอดภัยและใช้งานง่ายสำหรับเครื่องปั๊มไฮดรอลิกที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 30 ถึง 6,000 ตัน ลูกค้าของเราประกอบด้วยผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติมากมาย เช่น Bombardier, Boeing, Honda, Toyota, Audi, Volkswagen, Mercedes-Benz, Volvo, Ford, Bosch...

    ผู้นำอุตสาหกรรมสระว่ายน้ำและเวลเนสพร้อมยกระดับมาตรฐานสระว่ายน้ำด้วยนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญระดับโลก   ฟลูอิดรา ประเทศไทย (Fluidra Thailand) บริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมสระว่ายน้ำและเวลเนส ประกาศรุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มตัว เผยกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ตั้งแต่โครงการที่พักอาศัย สระเชิงพาณิชย์ระดับลักชัวรี ไปจนถึงสระแข่งขันมาตรฐานสากล พร้อมยกทัพนวัตกรรมสินค้าสุดล้ำและโซลูชั่นด้านสระว่ายน้ำแบบครบวงจร ร่วมจัดแสดงบนพื้นที่กว่า 108 ตร.ม. ในงานสถาปนิก’69 อาทิ skypool, sauna room, bio-pool panel, Pro-chlore salt water treatment ฯลฯ                คุณสุธี เวชพฤกษ์พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟลูอิดรา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ฟลูอิดรา เป็นบริษัทสัญชาติสเปนที่เริ่มต้นธุรกิจจากความเชื่อว่าน้ำสามารถสร้างประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้คนได้ ด้วยประสบการ์ณ์ในธุรกิจสระว่ายน้ำที่สั่งสมมานานกว่าห้าทศวรรษ ปัจจุบันฟลูอิดราได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกในฐานะผู้นำของอุตสาหกรรมสระว่ายน้ำที่ไม่เคยหยุดพัฒนา พร้อมมาตรฐานยุโรปเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพของสินค้านวัตกรรมที่ผ่านการลงทุนทางด้าน R&D รวมถึงการใส่ใจถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน”   สำหรับการเข้าร่วมงานสถาปนิก’69 ในปีนี้ ฟลูอิดราได้นำเสนอโซลูชั่นแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายหลัก 3...

    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการ เดินหน้าประชาสัมพันธ์ผ่านกิจกรรม Roadshow อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยร่วมยกระดับศักยภาพธุรกิจสู่มาตรฐานการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่เป็นเลิศ ผ่านการประกวดรางวัลผู้ประกอบการที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์หรือ ELMA 2026 ที่มีเกณฑ์การประเมินที่เข้มข้น และข้อเสนอแนะจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย โดยกิจกรรม Roadshow ครั้งที่ 1 จัดขึ้นภายในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ครั้งที่ 2 ภายในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมธุรกิจคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น และครั้งที่ 3 ภายในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีและงาน TAFA Night 2026 ของสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการโลจิสติกส์เป็นอย่างดี...

    เฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้าด่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเสริมทัพรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ปลอดการปล่อยไอเสียทางท่อเพิ่มเติมอีก 8 คัน เพื่อใช้ในการรับ–ส่งพัสดุในประเทศไทย ส่งผลให้ปัจจุบัน เฟดเอ็กซ์ มีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ปฏิบัติงานรวมทั้งหมด 12 คันในประเทศ     รถยนต์ไฟฟ้าชุดใหม่นี้มีระยะวิ่งสูงสุดราว 275 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และจะถูกนำไปใช้ในการบริการรับ-ส่งพัสดุในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีการจราจรหนาแน่นเป็นหลัก ได้แก่ กิ่งแก้ว, ร่มเกล้า, สุขสวัสดิ์, เจริญนคร, ราษฎร์บูรณะ, เพชรเกษม และบางแค  ด้วยคุณสมบัติของเครื่องยนต์ที่เงียบกว่า และปราศจากการปล่อยมลพิษออกจากท่อไอเสีย ทำให้รถยนต์เหล่านี้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่เริ่มใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเมื่อปี 2565 เฟดเอ็กซ์ สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้แล้วกว่า 27.51 เมตริกตัน และจากการเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 82.53 เมตริกตันต่อปี     “การขยายการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2583 ของเฟดเอ็กซ์” นายศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการ เฟดเอ็กซ์ ประเทศไทย กล่าว “การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับใช้ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซจากการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการจัดส่งของเราให้มีความชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนให้เมืองของพวกเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น พร้อมไปกับการมอบประสบการณ์การจัดส่งที่ราบรื่นกว่าเดิมให้กับลูกค้าของเรา”     การเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ในประเทศไทยยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ในการบรรลุ ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2608   ในระดับสากล เฟดเอ็กซ์ ได้ดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเลือกใช้เทคโนโลยียานยนต์ที่เหมาะสมกับรูปแบบการปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานหมุนเวียนและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่มากขึ้นในอนาคต...

ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและแรงกดดันด้านความยั่งยืน อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งทั่วโลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยเฉพาะในเอเชียที่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญทั้งด้านการผลิตและการลงทุน ภายใต้บริบทดังกล่าว MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) งานเทคโนโลยีและการประชุมชั้นนำของภูมิภาค ด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ ถูกยกให้เป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด “ศูนย์กลางการจับคู่ธุรกิจระดับโลก เชื่อมโยงซัพพลายเชนยานยนต์อัจฉริยะครบวงจร” เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลก และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ใช่เพียงภาพของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็น “ปัจจุบัน” ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สมาคมฯ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรม EV ไทย ทั้งด้านนโยบาย การพัฒนาอุตสาหกรรม และการสร้างระบบนิเวศเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ประเทศไทยตั้งเป้าหมาย “30@30” ที่มุ่งให้ภายในปี 2030 การผลิตยานยนต์ใหม่อย่างน้อย 30% เป็นยานยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์...

  ศูนย์วิจัยไลฟ์แคร์ ยืนยันจุดยืนการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเชิงลึก ตอกย้ำความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจ ที่วางรากฐานมาอย่างยั่งยืน เพื่อมอบที่สุดแห่งสิทธิประโยชน์และเอกสิทธิ์ทางการแข่งขัน (Exclusive Edge Research) ให้กับคู่ค้า ผ่านการทำงานที่สอดประสานกันของ 3 ศูนย์วิจัยหลัก (3 Primary Research Hubs) ที่ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ   The Integrated Infrastructure (รากฐานแห่งการบูรณาการ)   “ไลฟ์แคร์” ขับเคลื่อนความสำเร็จของคู่ค้าผ่านโครงสร้างที่ไร้รอยต่อระหว่าง LIFE CARE LABORATORIES, LIFE CARE INNOVATION INSTITUTE และ LIFE CARE PHARMACEUTICAL ASIA โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างสมบูรณ์ ด้วย 3 หลักการสร้างแบรนด์ :   Strategic Science Concept: เหนือระดับด้วยความเชี่ยวชาญในการเปลี่ยน "ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์" ให้เป็น "จุดขายที่ทรงพลังทางการตลาด" (Scientific-to-Marketing...

#FOLLOW US ON INSTAGRAM